วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

สมุนไพรไทยรักษาโรคมะเร็ง

 
     มะเร็งคือโรคร้ายชนิดหนึ่งที่รักษาหายได้ยาก ด้วยยาหรือเครื่องมือแพทย์แผนใหม่ซึ่งมุ่งกำจัดมะเร็งโดยตรง อาจโดยผ่าตัด ฉายแสง หรือให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัดนับว่าเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนป่วย ถ้าอาการไม่หนักจนเกินไปคือก้อนมะเร็งไม่โตการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออกไปก็อาจหายขาดได้ในมะเร็งบางประเภทเช่นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งมดลูก แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อวัยวะสำคัญเช่นตับ ไต หัวใจ ปอด การผ่าตัดก็เป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้ป่วย เพราะอวัยวะสำคัญจะต้องถูกเฉือนออกไปบางส่วน อวัยวะที่เหลือก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการฉายรังสีและให้เคมีแก่ผู้ป่วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้มะเร็งหายไปจากอวัยวะนั้น ๆ ได้จริง แต่มันก็ทำลายส่วนประกอบอื่น ๆ ของร่างกายไปด้วย อาการหายป่วยจากมะเร็งนั้นจะเป็นการหายแบบความสุขสบายในชีวิตหายไป และนอนรอวันตายร่นเข้ามาในวันใดวันหนึ่งในระยะใกล้ ๆ ที่เห็นได้ชัดคือคนป่วยผอมเหลือง ผมร่วง รังสีของชีวิตขาดหายไป ภาพที่เราเห็นก็คือผีเดินได้นี่เอง

      มะเร็งเป็นโรคที่คนไทยเรารู้จักกันมานาน แต่คำว่ามะเร็งอาจจะใช้กับโรคบางประเภท เช่นมะเร็งไข่ปลาคือโรคงูสวัดเป็นต้น แต่มะเร็งที่หมอแผนปัจจุบันหมายถึงคือโรคสารลุกลามในจุดใดจุดหนึ่งแล้วลุกลามไปตามเส้นเลือดเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อทั้งปวง คนเหนือเรียกว่าโรคสารมากกว่ามะเร็ง

      การรักษามะเร็งหรือสารลุกลามด้วยยาแผนโบราณและแผนปัจจุบันนั้นมีจุดหมายที่เดียวกันคือทำให้เชื้อมะเร็งหายไปจากตัว แต่วิธีการนั้นแตกต่างกัน ยาสมุนไพรนั้นใช้รักษาด้วยการฟื้นสภาพอวัยภายในที่สำคัญให้มีพลังขึ้นมาต่อสู้กับโรค

      จุดที่ยาสมุนไพรมุ่งเข้าสู่เป้าหมายคือต่อมน้ำเหลืองและไขกระดูกซึ่งมีหน้าที่สร้างภูมิต้านทาน ปรัชญาการแพทย์แผนโบราณคือปลุกภูมิต้านทานในร่างกายขึ้นมาต่อสู้กับโรคร้ายด้วยการบำรุงไขกระดูกและต่อมน้ำเหลืองให้มีคุณภาพแข็งแรงจนเอาชนะโรคร้ายได้

      การกินยาแผนโบราณอาจไม่มีหนทางพิสูจน์ทางห้องวิทยาศาสตร์ด้วยการตัดเนื้อเยื่อมาตรวจ แต่เมื่อผู้ป่วยกินยาไปสักระยะหนึ่งอาการป่วยต่าง ๆ ค่อยทุเลา และคนป่วยรู้สึกสบายดีขึ้นตามลำดับ กินได้ นอนหลับ อาการเจ็บปวดลดน้อยลง นั่นแสดงว่าสมุนไพรเหมาะสมกับโรคแล้ว ถ้ากินติดต่อกันไปก็อาจหายขาดได้

      สมุนไพรที่หมอแผนโบราณใช้รักษาโรคมะเร็งนั้นต้องเป็นสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับต่อมน้ำเหลือง บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงกระดูก การเลือกสมุนไพรก็เป็นไปตามหลักปรัชญาแพทย์แผนโบราณ คือหลักการใช้สมุนไพรตามรส ซึ่งท่านได้แบ่งไว้ทั้งสิ้น 9 รส เป็นถ้อยคำคล้องจองกันเพื่อจด จำได้ง่ายคือ ยารสฝาดใช้สมาน ยารสหวานซึมซาบไปตามเนื้อ รสเมาเบื่อแก้พิษ รสขมแก้ทางดีและโลหิต รสมันแก้เส้นเอ็น รสหมอเย็นบำรุงหัวใจ รสเค็มซึมซาบไปตามผิวหนัง รสเปรี้ยวกัดเสมหะ

      เช่นรสเมาเบื่อแก้พิษ ก็ต้องรู้ว่ารสเมาเบื่อนั้นเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่ากินแล้วเมา กินแล้วเบื่อ แต่บางชนิดมันก็อาจเมานิด ๆ บางชนิดมันก็อาจเบื่อนิด ๆ แต่ใช้เป็นยารักษาโรคได้ดี ถ้าใช้มากเกินก็กลายเป็นโทษ เช่นฝิ่น กัญชา โคเคน เป็นต้น ส่วนคำว่าแก้พิษนั้นก็คือพิษในโลหิตก็ได้ พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยก็ได้ ถ้าน้ำเหลืองเสียก็เรียกว่า โลหิตเป็นพิษ ก็ใช้รสเมาเบื่อนี่แหละ เช่น หัวยาเข้าเย็นเหนือ หัวยาเข้าเย็นใต้ หัวยั้ง รากมะดูก ขันทองพยาบาท ทองพันชั่ง ใบพลูแก ใบพลูคาว กำมะถัน สารหนู ปรอท เป็นต้น หมอแผนโบราณที่เก่งและเข้าถึงศาสตร์นี้ ท่านจะรู้จักหยิบเอาสมุนไพรแต่ละชนิดมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม เช่นการรักษาโรคมะเร็ง ก็ใช่ว่าท่านจะนำเอาสมุนไพรรส เมาเบื่อมาใช้ทั้งหมด ต้องผสมผสานกับรสอื่นด้วย เพื่อมุ่งสู่หลายจุดหมาย เพื่อแก้น้ำเหลือง เพื่อขับพิษร้าย เพื่อบำรุงโลหิต เพื่อบำรุงหัวใจ เพื่อปรุงรสและกลิ่นให้น่ารับประทาน การปรุงยาจึงเต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ของแต่ละหมอ จึงเป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ แต่เลียนแบบกันไม่ได้ เหมือนหมอดูนั่นแหละ เรียนจากตำราเดียวกัน คนหนึ่งดูแม่นเหมือนตาเห็น อีกคนหนึ่งไม่เป็นเรื่องเลย มันก็เป็นเรื่องของการเข้าถึงศาสตร์และศิลปะประจำตัวของแต่ละคน

      แต่สูตรยาสมุนไพรที่ท่านเขียนไว้เป็นตำรับก็มีมาก ที่เผยแพร่ตามตำราของทางการก็มี ได้พบในผลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการวิจัยสมุนไพรของมหาวิทยาลัยมหิดล ท่านรวบรวมและพิมพ์เผยแพร่แล้ว ก็อยากเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้ คงไม่ว่ากันนะครับ ใครจะนำไปทดลองใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว แต่ต้องรู้จักต้นสมุนไพรนะครับ

ตำรายาจากผลงานวิจัยของการแพทย์แผนไทย

      1. ยารักษามะเร็งเต้านม (ผู้วิจัย ดาลัด พรศิริประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล 2529) และ เกษรา ณ บางช้าง 2529)

         ไฟเดือนห้า [Ludwigia hyssopifolia [G.Don] Ewell

         หญ้าปีกไก่ดำ [ Polygala chinensis Linn]

         พุทธรักษา [ Canna indica Linn]

         ข้าวเย็นเหนือ [Smilax corbularia Kunth C]

         ลิ้นงูเห่า [ Climacanthus siamensis Brem

         เกล็ดนิ่ม ขนเม่น กระดองเต่า เงี่ยงกระเบน อกตะพาบน้ำ กรุตักน้ำ

      ยาสมุนไพรตำรับนี้เชื่อกันว่าให้ผลในการรักษามะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม (พ.ศ.2525-2529 มีผู้ป่วยรักษาด้วยยาตำรับนี้ 3250 คน) ได้มีผู้ทำการศึกษาเบื้องต้นพบว่า น้ำสกัดจากส่วนประกอบที่ได้จากพืชแสดงผลยับยั้งการเจริญของมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลองได้ ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาน้ำสกัดจากยาทั้งตำรับ ซึ่งประกอบด้วยพืชและสัตว์ ทำการศึกษาทั้งในห้องทดลอง และในสัตว์ทดลอง ผลการศึกษาได้ดังนี้

      น้ำสกัดจากสมุนไพรทั้งตำรับสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์ KB ในหลอดทดลองได้ร้อยละ 50 { ED 50) เมื่อใช้น้ำสกัดที่มีความเข้มมากกว่า 100 มกก./มล. ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกากำหนดไว้ ส่วนผลการศึกษาในสัตว์ทดลองซึ่งทำให้หนูขาวเป็นมะเร็งเต้านมโดยการกินสารก่อมะเร็ง พบว่าเมื่อให้หนูทดลองกลุ่มหนึ่งได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพรขนาด 1500 มก /กก. ของน้ำหนักตัวทุกวัน สามารถยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งได้ในช่วง 4 สัปดาห์แรก และมีผลช่วยยืดอายุและเพิ่มอัตราการอยู่รอดของหนูทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับหนูทดลองอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพร

      นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพิษวิทยาจากสมุนไพรทั้งตำรับโดยในสัตว์ทดลองกินน้ำสกัดสมุนไพรปริมาณ 1500 มก./กก. ของน้ำหนักตัวติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน ไม่พบการเกิดพิษทางโลหิต ทางพยาธิ์สภาพของเซลล์ และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเลือดของสัตว์ทดลอง การศึกษาพิษเฉียบพลันโดยการให้สัตว์ทดลองกินน้ำสกัดปริมาณ 15000 มก./กก. ของน้ำหนักตัวเพียงครั้งเดียวก็ไม่พบว่ามีสัตว์ทดลองตาย.

      การจะรักษาผู้ป่วยด้วยแพทย์แผนใหม่ หรือด้วยยาสมุนไพรไทยดี นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ป่วยและญาติ แต่มีข้อที่น่าคิดอยู่ ผมอ่านหนังสือ “เมื่อหมอเป็นมะเร็ง” ของนายแพทย์ที่รักษามะเร็งด้วยการฉายแสงและรังสี ของโรงพยาบาลเชียงใหม่แต่เมื่อท่านเกิดมะเร็งลำไส้ก็ไม่ยอมรักษาด้วยรังสีและฉายแสง แต่กลับใช้วิธีชีวจิตจนอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาทนการรบเร้าของลูกศิษย์ที่เพิ่งเรียนจบเคมีจากอเมริกาไม่ไหว เขาบอกว่ายาที่มาใหม่ยอดเยี่ยม ต้องหายแน่ อยากให้อาจารย์ทดลองดู อาจารย์ก็เลยตามใจศิษย์ จนที่สุดก็ลาโลกไปด้วยยาเคมีชนิดใหม่ แต่ก่อนเสียชีวิตท่านก็เขียน “เมื่อหมอเป็นมะเร็ง ตอนที่ 2” ใครเป็นมะเร็งลองแสวงหาอ่านดูเถิดครับ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้วิธีไหน

      หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็งในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก
 

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

     1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

      2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

      3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

      4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

      5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

      6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลล์มะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ
 
      7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ

      8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

      9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

      10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

      11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

ที่มา: บ้านต้นยาแพทย์แผนไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น